寿司 (すしซูชิ )หมายถึง การรวมกันระหว่างปลากับข้าว
ซูชิมีวิวัฒนาการมาจากเมื่อหลายร้อยปีก่อน ซึ่งเกิดจากความต้องการถนอมอาหารของคนญี่ปุ่น
ซึ่งเดิมทีนั้น วัตถุประสงค์ในการทำซูชิของคนญี่ปุ่นก็คือ 1. ต้องการถนอมอาหารไว้ให้ได้นานที่สุด
2. ทำอาหารให้เป็นชิ้นที่ขนาดพอดีคำเพื่อสะดวกในการกินและสะดวกในการพกพาไปกินในสถานที่ต่าง
ๆ 3. สามารถกินได้ด้วยมือโดยไม่ต้องใช้ตะเกียบ ซึ่งในปัจจุบันเองจะพบว่าในร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
ระดับสูง ก็ยังคงไม่ใช้ตะเกียบในการกินซูชิ แต่จะเป็นการใช้มือหยิบกินแทน
ใน อดีตก่อนคริสตกาล อาหารหมักแบบปลาส้มจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่ากันว่าปลาส้มเป็นต้นกำเนิดของซูชิ
นั่นก็คือ อาหารหมักทำจากข้าวและปลา ซึ่งคล้ายกับ鮒寿司 (ふなずし ฟุนะซูชิ )ซูชิแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นมาก
นัก วิจัยญี่ปุ่นหลายคนค้นคว้าและสำรวจเรื่องต้นกำเนิดของซูชิมานานแล้ว พบว่าอาหารหมักแบบปลาส้ม
มักทำกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย ลาว หรือทางตอนใต้ของจีน
นักวิจัยเชื่อว่าอาหารประเภทนี้เข้ามาในญี่ปุ่นพร้อมกับวัฒนธรรมการทำนาปลูก
ข้าวตั้งแต่ก่อนคริสตกาล ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ鮒寿司 (ふなずし ฟุนะซูชิ )และพัฒนามาเป็นซูชิในปัจจุบัน
จากเอกสารสมัยนาระ พบว่า鮒寿司 (ふなずし ฟุนะซูชิ )เป็นอาหารที่มีราคาแพงมักใช้จ่ายเป็นภาษี
แต่เดิมไม่นิยมรับประทานข้าวที่ใช้หมักปลา กระทั่งสมัยมูโรมาจิ “ซูชิ” เริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้น
เริ่มมีคนรับประทานข้าวที่ใช้หมักเพราะความเสียดาย แล้วพบว่าข้าวที่ใช้หมักนั้นซึมซับความอร่อยของปลาที่หมักเป็นอย่างดี
ตั้งแต่นั้นมาการกินข้าวกับปลาหมักก็เป็นที่นิยมจนทำให้ “ซูชิ” เป็นอาหารที่มีชื่อเสียง
สมัยเอโดะ ชาวเอโดะไม่สามารถทนรอปลาที่ต้องใช้เวลาหมักนานได้ จึงใช้ “น้ำส้มสายชู”
ซึ่งเป็นเครื่องปรุงอาหารที่ทำจากการหมักข้าว นำมาคลุกเคล้ากับข้าว จนได้รสชาดเช่นเดียวกับการหมักปลากับข้าว
ทำให้เกิด “ซูชิ” ซึ่งทำจากข้าวคลุกน้ำส้มสายชูกับปลาจนเป็นที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบัน
การได้ลิ้มลองรสชาติของ “ซูชิ” นับว่าเป็นประสบการณ์อันยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่สนใจจะเรียนรู้วัฒนธรรมการบริโภคของชาวญี่ปุ่น
แม้จะเป็นเพียงอาหารที่ดูง่ายๆ มีแค่ชิ้นปลาวางบนข้าวที่ปั้นเป็นก้อนขนาดพอดีคำ
แต่ซูชิก็มีเสน่ห์และมีความน่าหลงใหลในตัวของมันเองชนิดที่เราแทบไม่รู้ตัว
ประเภทของซูชิ เราสามารถแบ่งซูชิตามลักษณะได้ 4 ประเภท
1. นิงิริซูชิ にぎりずし 握り寿司 เป็นซูชิรูปแบบดั้งเดิม โดยใช้ข้าวสุกปรุงรสด้วยน้ำส้ม
ปั้นเป็นก้อนขนาดพอดีคำ ป้ายวาซาบิบนข้าวเล็กน้อยก่อนจะวางทับด้วยอาหารทะเลชนิดต่างๆ
ตามแต่ฤดูกาล เช่น ปลาเนื้อขาว ปลาทะเล กุ้ง ปลาหมึก ฯลฯ อาจจะใช้ของทะเลสดๆ
หรือทำให้สุกด้วยวิธีการต่างๆ ก็ได้
จากซ้าย) ซูชิหน้าโอโทโร่ หรือปลาทูน่าบริเวณที่มีไขมัน / หน้าอาคามิ หรือทูน่าไร้ไขมัน
/ หน้าปลาหมึกสด ทั้งสามหน้านี้ล้วนแต่เป็นที่นิยมและมีราคาแพง

2. มากิซูชิ まきずし 巻き寿司คือการน้ำข้าวสุกมาม้วนรวมกับไส้ที่ทำจากอาหารทะเลชนิดต่างๆ
และแผ่นสาหร่าย โดยอาจม้วนโดยให้สาหร่ายอยู่ด้านนอกหรืออยู่ด้านในก็ได้ รวมทั้งยังมีการคิดค้นด้วยการม้วนแผ่นสาหร่ายเป็นรูปกรวยและใส่ข้าวรวมกับเครื่องปรุงไว้ด้านใน

3. โอชิซูชิ おしずし 押し寿司เป็นการน้ำข้าวมาอัดลงในแม่พิมพ์รูปสี่เหลี่ยมขนาดพอดีคำ
และวางของทะเลไว้ด้านบนซู

4. ชิราชิซูชิ ちらしずし 散らし寿司เป็นการนำอาหารทะเลและผักต่างๆ มาจัดเรียงไว้บนข้าวที่ใส่ไว้ในภาชนะ

ซูชิ ยังคงได้รับการพัฒนาจากพ่อครัวรุ่นใหม่อยู่เสมอ เมนูแปลกใหม่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน
จากที่เคยจำกัดอยู่แต่เพียงอาหารทะเล แต่ปัจจุบันมีการนำวัตถุดิบหลากหลายประเภทมาใช้ทำซูชิ
ทั้งเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ รวมไปถึงผักนานาชนิด นักนิยมซูชิจึงเฝ้ารอที่จะได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ
อยู่เสมอ
|